จป ไซต์งานก่อสร้างมีหน้าที่อะไรบ้างในการดูแลความปลอดภัยในการทำงาน

จป หมายถึง เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย ที่มีหน้าที่คอยดูแลด้านความปลอดภัยให้กับคนงานซึ่ง จป นั้นมีด้วยกันหลายระดับและหลายประเภทกิจการโดยในวันนี้เราจะมาเล่าถึง จป ก่อสร้าง ให้ได้รู้เกี่ยวกับการทำงานว่าในงานก่อสร้างนั้น จป มีหน้าที่จะต้องดูอะไรบ้าง

จป ความปลอดภัยในงานก่อสร้าง

หากดูสถิติประเภทกิจการก่อสร้างของกองทุนเงินทดแทน โดยจำแนกความรุนแรงและหมวดประเภทกิจการปีพ.ศ2562 (ขอบคุณข้อมูลสถิติกองทุนเงินทดแทน สำนักงานประกันสังคม) พบว่า  งานก่อสร้างเป็นกิจการที่มีผู้เสียชีวิตจากการทำงานมากที่สุด  และหากดูสถิติย้อนหลัง10ปีที่ผ่านมาก็จะพบอีกว่า งานก่อสร้างเป็นหนึ่งในกิจการที่มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุและรุนแรงสูงอยู่ในดับต้นๆเรื่อยมา  สร้างความสูญเสียในทุกมิติ

ถึงแม้งานก่อสร้างจะมีกฏหมายบังคับอย่างชัดเจน  ตัวอย่างเช่น  กฏกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยฯพ.ศ.2549  เป็นกฏหมายฉบับหนึ่งที่ออกมาเพื่อให้นายจ้าง ได้ตระหนักถึงความปลอดภัยในการทำงาน และคาดหวังให้สถานประกอบกิจการดำเนินการตามกฏหมายอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพตามเจตนารมณ์  ซึ่งในตัวกฏหมายได้แบ่งประเภทกิจการหรือสถานประกอบการ  ที่กำหนดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานและคณะกรรมการความปลอดภัยฯของสถานประกอบกิจการตามหลักเกณฑ์    งานก่อสร้างเป็นกิจการลำดับ3 ที่กฏหมายบังคับ   หากพูดถึงจป.สายงานก่อสร้างแล้ว ก็ต้องมีทักษะความรู้ความสามารถหลากหลายด้านพอสมควร และต้องเรียนรู้ประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมในสถานประกอบกิจการที่ตนเองปฏิบัติงาน  รวมถึงต้องพัฒนาความรู้ใหม่ๆอยู่เสมอ  พร้อมรับมือและแก้ปัญหากับสถานการณ์ในแต่ละวันที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เช่นอันตรายที่เปลี่ยนไปและความเสี่ยงของสภาพแวดล้อมใหม่ๆที่เกิดขึ้น   การใช้จิตวิทยาและการปรับตัวก็เป็นเรื่องสำคัญและจำเป็น   ซึ่งงานก่อสร้างมีความแตกต่างจากงานในโรงงาน  ที่มักมีกิจกรรมการทำงานแบบประจำ ซ้ำๆ เดิมๆ  มีระบบ ระเบียบค่อนข้างตายตัว   ฉะนั้นจป.สายก่อสร้างเป็นสายงานที่ถือได้ว่าถ้าใครผ่านสายงานนี้มา ก็จะเป็นผู้ที่มีศักยภาพรอบด้านในระดับหนึ่งเลยทีเดียว   แต่สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ต้องคิด

วิเคราะห์งานความปลอดภัยอย่างเป็นระบบให้สมบูรณ์แบบมากที่สุด เสมือนการสร้างบ้านดีๆสักหลังหนึ่ง จะต้องรู้ตั้งแต่การเตรียมงาน ทรัพยากรที่จะใช้    อันไหนทำก่อน-หลังและ อื่นๆที่ได้วางแผนไว้  เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาตรงตามเป้าหมายที่ได้วางไว้      ดังนั้นขอเสนอแนวคิด จป กับการขับเคลื่อนความปลอดภัยในงานก่อสร้าง โดยมีดังต่อไปนี้

  1. มีองค์ความรู้ด้านความปลอดภัยที่ถูกต้อง รอบด้าน มีความเข้าใจในงานอย่างถ่องแท้ โดยเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวข้องสายอาชีพงานก่อสร้าง ทั้งคน เครื่องจักร และสภาพแวดล้อม เริ่มตั้งแต่การเตรียมงานก่อนเริ่มงานก่อสร้าง ระหว่างก่อสร้าง จนถึงส่งมอบงาน  สามารถอธิบายเสนอแนะทางเลือกและวิเคราะห์ให้เกิดความปลอดภัยในการทำงานหลากหลายมุมมอง  โดยใช้เหตุและผล สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี
  2. กระตุ้นการสร้างจิตสำนึก ทัศนคติ ด้านความปลอดภัยให้แก่องค์กรและพนักงาน สามารถชี้ให้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งบวกและเชิงลบ กระตุ้นให้พนักงานได้คิดถึงผลดีก่อนลงมือปฏิบัติงานและบอกถึงผลที่จะตามมาหากไม่ปฏิบัติ ทำให้เกิด “วัฒนธรรมความปลอดภัย”( Safety Culture)
  3. ผลักดันให้เกิดปฏิบัติที่ดีและถูกต้องตามมาตรฐาน อย่างจริงจังและสม่ำเสมอ รวมทั้งปรับปรุงและควบคุมสิ่งที่เป็นความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ประคับประคองสิ่งที่เป็นมาตรฐานที่ดี และชมเชยผู้ที่เป็นแบบอย่างปฏิบัติงานด้านความปลอดภัย เพื่อเป็นกำลังใจ ให้ทุกคนหันมาปฏิบัติที่ดีอย่างยั่งยืนภายในองค์กร

นอกจากแนวคิดที่ได้กล่าวข้างต้นแล้ว  สิ่งสำคัญจะต้องอาศัยการสนับสนุนและส่งเสริมด้านความปลอดภัยจากนายจ้างและความร่วมมือภายในองค์กร เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ขององค์ประกอบให้ได้ขับเคลื่อนไปทั้งระบบ  ทั้งหมดนี้ไม่เพื่อคนใดคนหนึ่ง แต่เพื่อทุกคนที่มาทำงานแล้วปลอดภัยและกลับบ้านไปหาครอบครัวที่เขารัก ในทุกๆวัน (สนใจอ่านต่อได้ที่สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย)

ตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานฯ พ.ศ. 2549 กำหนดหน้าที่ของ จป. ระดับ ต่าง ๆ ดังนี้

เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างาน มีหน้าที่ดังต่อไปนี้
1) กำกับ ดูแล ให้ลูกจ้างในหน่วยงานที่รับผิดชอบปฏิบัติตามข้อบังคับและคู่มือ
2) วิเคราะห์งานในหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อค้นหาความเสี่ยงหรืออันตรายเบื้องต้นโดยอาจร่วมดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิค ระดับเทคนิคขั้นสูง หรือระดับวิชาชีพ
3) สอนวิธีการปฏิบัติงานที่ถูกต้องแก่ลูกจ้างในหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน
4) ตรวจสอบสภาพการทำงาน เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยก่อนลงมือปฏิบัติงานประจำวัน
5) กำกับ ดูแล การใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลของลูกจ้างในหน่วยงานที่รับผิดชอบ
6) รายงานการประสบอันตราย การเจ็บป่วย หรือการเกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญอันเนื่องจากการทำงานของลูกจ้างต่อนายจ้าง และแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิค ระดับเทคนิคขั้นสูง หรือระดับวิชาชีพ สำหรับสถานประกอบกิจการที่มีหน่วยงานความปลอดภัยให้แจ้งต่อหน่วยงานความปลอดภัยทันทีที่เกิดเหตุ
7) ตรวจสอบหาสาเหตุการประสบอันตราย การเจ็บป่วย หรือการเกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญอันเนื่องจากการทำงานของลูกจ้างร่วมกับเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิค ระดับเทคนิคขั้นสูง หรือระดับวิชาชีพ และรายงานผล รวมทั้งเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาต่อนายจ้างโดยไม่ชักช้า
8) ส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมความปลอดภัยในการทำงาน
9) ปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยในการทำงานอื่นตามที่เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับบริหารมอบหมาย

เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับบริหาร มีหน้าที่ดังต่อไปนี้
1) กำกับ ดูแล เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานทุกระดับซึ่งอยู่ในบังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับบริหาร
2) เสนอแผนงานโครงการด้านความปลอดภัยในการทำงานในหน่วยงานที่รับผิดชอบต่อนายจ้าง
3) ส่งเสริม สนับสนุน และติดตามการดำเนินงานเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงานให้เป็นไปตามแผนงานโครงการเพื่อให้มีการจัดการด้านความปลอดภัยในการทำงานที่เหมาะสมกับสถานประกอบกิจการ
4) กำกับ ดูแล และติดตามให้มีการแก้ไขข้อบกพร่องเพื่อความปลอดภัยของลูกจ้างตามที่ได้รับรายงานหรือตามข้อเสนอแนะเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานคณะกรรมการ หรือหน่วยงานความปลอดภัย

เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิค มีหน้าที่ดังต่อไปนี้
1) ตรวจสอบและเสนอแนะให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
2) วิเคราะห์งานเพื่อชี้บ่งอันตราย รวมทั้งกำหนดมาตรการป้องกันและขั้นตอนการทำงานอย่างปลอดภัยเสนอต่อนายจ้าง
3) แนะนำให้ลูกจ้างปฏิบัติตามข้อบังคับและคู่มือ
4) ตรวจสอบหาสาเหตุการประสบอันตราย การเจ็บป่วย หรือการเกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญอันเนื่องจากการทำงาน และรายงานผล รวมทั้งเสนอแนะต่อนายจ้างเพื่อป้องกันการเกิดเหตุโดยไม่ชักช้า
5) รวบรวมสถิติ จัดทำรายงาน และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการประสบอันตราย การเจ็บป่วย หรือการเกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญอันเนื่องจากการทำงานของลูกจ้าง
6) ปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยในการทำงานอื่นตามที่นายจ้างมอบหมาย

เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิคขั้นสูง มีหน้าที่ต่อไปนี้
1) ตรวจสอบและเสนอแนะให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
2) วิเคราะห์งานเพื่อชี้บ่งอันตราย รวมทั้งกำหนดมาตรการป้องกันและขั้นตอนการทำงานอย่างปลอดภัยเสนอต่อนายจ้าง
3) วิเคราะห์แผนงานโครงการ รวมทั้งข้อเสนอแนะของหน่วยงานต่างๆ และเสนอแนะมาตรการความปลอดภัยในการทำงานต่อนายจ้าง
4) ตรวจประเมินการปฏิบัติงานของสถานประกอบกิจการให้เป็นไปตามแผนงานโครงการ หรือมาตรการความปลอดภัยในการทำงาน
5) แนะนำให้ลูกจ้างปฏิบัติตามข้อบังคับและคู่มือ
6) แนะนำ ฝึกสอน อบรมลูกจ้าง เพื่อให้การปฏิบัติงานปลอดจากเหตุอันจะทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยในการทำงาน
7) ตรวจสอบหาสาเหตุและวิเคราะห์การประสบอันตราย การเจ็บป่วย หรือการเกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญอันเนื่องจากการทำงาน และรายงานผล รวมทั้งเสนอแนะต่อนายจ้างเพื่อป้องกันการเกิดเหตุโดยไม่ชักช้า
8) รวบรวมสถิติ วิเคราะห์ข้อมูล จัดทำรายงาน และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการประสบอันตราย การเจ็บป่วย หรือการเกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญอันเนื่องจากการทำงานของลูกจ้าง
9) ปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยในการทำงานอื่นตามที่นายจ้างมอบหมาย

เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ มีหน้าที่ดังต่อไปนี้
1) ตรวจสอบและเสนอแนะให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
2) วิเคราะห์งานเพื่อชี้บ่งอันตราย รวมทั้งกำหนดมาตรการป้องกันหรือขั้นตอนการทำงานอย่างปลอดภัยเสนอต่อนายจ้าง
3) ประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในการทำงาน
4) วิเคราะห์แผนงานโครงการ รวมทั้งข้อเสนอแนะของหน่วยงานต่างๆ และเสนอแนะมาตรการความปลอดภัยในการทำงานต่อนายจ้าง
5) ตรวจประเมินการปฏิบัติงานของสถานประกอบกิจการให้เป็นไปตามแผนงานโครงการหรือมาตรการความปลอดภัยในการทำงาน
6) แนะนำให้ลูกจ้างปฏิบัติตามข้อบังคับและคู่มือ
7) แนะนำ ฝึกสอน อบรมลูกจ้างเพื่อให้การปฏิบัติงานปลอดจากเหตุอันจะทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยในการทำงาน
8) ตรวจวัดและประเมินสภาพแวดล้อมในการทำงาน หรือดำเนินการร่วมกับบุคคลหรือหน่วยงานที่ขึ้นทะเบียนกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เป็นผู้รับรองหรือตรวจสอบเอกสารหลักฐาน รายงานในการตรวจสอบสภาพแวดล้อมในการทำงานภายในสถานประกอบกิจการ
9) เสนอแนะต่อนายจ้างเพื่อให้มีการจัดการด้านความปลอดภัยในการทำงานที่เหมาะสมกับสถานประกอบกิจการ และพัฒนาให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง
10) ตรวจสอบหาสาเหตุ และวิเคราะห์การประสบอันตราย การเจ็บป่วย หรือการเกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญอันเนื่องจากการทำงาน และรายงานผล รวมทั้งเสนอแนะต่อนายจ้างเพื่อป้องกันการเกิดเหตุโดยไม่ชักช้า
11) รวบรวมสถิติ วิเคราะห์ข้อมูล จัดทำรายงาน และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการประสบอันตราย การเจ็บป่วย หรือการเกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญอันเนื่องจากการทำงานของลูกจ้าง
12) ปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยในการทำงานอื่นตามที่นายจ้างมอบหมาย

หากสนใจอบรม จป สามารถดูรายละเอียดได้ที่ จป ไทย jorporthai.com